หนังสือ

กตัญญูกตเวทีย่อมหนุนนำให้ชีวีมีความเจริญ


                        เกิดจากการสะท้อนมุมของสังคมที่มีการพัฒนาทางวิทยาการต่างๆ ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ เทคโนโลยี และการสื่อสาร แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้โลกจะมีความเจริญก้าวหน้าเพียงใดสิ่งที่จะต้องยึดโยงไปพร้อมกับยุคสมัย คือ ความกตัญญูกตเวที เพราะความกตัญญูกตเวทีเปรียบเสมือนเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของมนุษย์ที่เป็นจุดเริ่มต้นในการอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ในบริบทสังคมไทยไม่สามารถที่จะมองข้ามเรื่องความกตัญญูกตเวทีได้หรืออาจกล่าวได้ว่าความกตัญญูกตเวที คือ ส่วนหนึ่งของชีวิตที่จะต้องยึดมั่นและสำนึกต่อผู้มีพระคุณหรือสิ่งที่ให้ประโยชน์กับตนเอง ทั้งนี้ตัวอย่างเชิงประจักษ์ที่เป็นรูปธรรมแก่สายตาชาวโลก คือ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงแบบแบบอย่างของผู้ที่มีความกตัญญูกตเวทีที่ถ่ายทอดได้อย่างชัดเจนจากการแสดงอิริยาบถต่างๆ ในการดูแลพระราชมารดา (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) นอกจากนี้พระองค์ยังทรงทำหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ที่ปกครองและดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงในการปลดทุกข์บำรุงสุขแก่คนไทยทุกภูมิภาค ทุกศาสนาอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นที่มาของบทสุนทรพจน์ เรื่อง “กตัญญูกตเวที ย่อมหนุนนำให้ชีวีมีความเจริญ” ที่ผู้เขียนได้รับแรงบรรดาลใจจากพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ในการน้อมนำมาปรับประยุกต์และแต่งเป็นบทสุนทรพจน์ในครั้งนี้.....
 
“กตัญญูกตเวที ย่อมหนุนนำให้ชีวีมีความเจริญ”

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ทรงเป็นพ่อของแผ่นดิน พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของนักบุญชั้นแนวหน้า นักศรัทธาชั้นเยี่ยมและทรงเป็นแบบอย่างของผู้ที่มีความกตัญญูกตเวที ประพฤติและปฏิบัติความดี โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน พระองค์ทรงทำความดีด้วยน้ำพระทัยอันบริสุทธิ์เพื่อตอบแทนแผ่นดินไทยและให้พสกนิกรชาวไทยของพระองค์อยู่เย็นเป็นสุข เราคนไทยจึงภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาบนแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง ทรงมีพ่อหลวงเป็นหลักนำชัยของแผ่นดินและเราชาวไทยทุกคนต้องมีความกตัญญูกตเวทีดำเนินตามรอยพระยุคลบาทด้วยจิตสำนึกในความกตัญญู ดังนี้

ประการแรก ต้องมีความกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดา
“พ่อและแม่” เป็นคำที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อภาระอันยิ่งใหญ่ สองมือท่านทั้งสองหอบหิ้วซึ่งอนาคตของลูก เหนื่อยเหลือเกินที่จะพัก หนักเหลือเกินที่จะวางเพื่อให้ลูกได้ก้าวสู่ยุทธภูมิของชีวิตโดยปลอดภัย เม็ดทรายในพื้นผืนแผ่นดินคำนวณไม่ได้ฉันท์ใด ความรักของพ่อและแม่ก็คำนวณไม่ได้ฉันท์นั้น ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่สำคัญตอนหนึ่งว่า “ความกตัญญูกตเวที เป็นคุณสมบัติอันสำคัญสำหรับนักพัฒนาและผู้ปรารถนาความเจริญก้าวหน้าทุกคน”

ประการที่สอง ต้องมีความกตัญญูกตเวทีต่อครูอาจารย์
 ครู คือ แม่พิมพ์ของชาติอันยิ่งใหญ่ ครูเปรียบเสมือนผู้ปลูกฝังอุดมคติแห่งชีวิต เราไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า “เรามีความรู้ในปัจจุบันนี้ได้ก็เพราะเรามีครู” ดังคำกล่าวที่ว่า “ศิษย์ย่อมมีครู” ใจคงขาดทักษะในการบ่มเพาะคุณธรรม แต่โลกนี้อยู่รอดมาได้เพราะความรักและความรู้ที่ครูได้มอบให้

ประการที่สาม ต้องมีความกตัญญูกตเวทีต่อชาติ  
ในฐานะที่เราเป็นคนไทยอยู่ภายใต้ร่มพระบารมีของราชวงศ์จักรี เราควรระลึกอยู่เสมอว่าเราจะทำอะไรเพื่อตอบแทนแผ่นดินที่เราได้อยู่ ได้อาศัย หยุดคำถามที่ว่าประเทศชาติให้อะไรกับเรา แต่จงตอบคำถามว่าวันนี้เราทำอะไรให้กับประเทศชาติบ้าง ดังพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ตอนหนึ่งว่า “เราถ้าสามัคคีกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในทางที่มีเหตุผล เราเองจะเป็นที่ตั้งของความมั่นคงผาสุกของราษฎรที่เป็นประชากรแห่งประเทศนี้”

ประการที่สี่ ต้องมีความกตัญญูกตเวทีต่อศาสนา 
ทำได้โดยช่วยกันบำรุงศาสนาที่ตนนับถือ ไม่ทำลายสิ่งของที่เป็นศาสนสมบัติ การที่เรายึดมั่นตามหลักคำสอนที่ศาสนาได้กำหนดไว้ ถือว่าเป็นการแสดงออกถึงการความกตัญญูกตเวทีต่อศาสนาเช่นกัน เพราะถ้าคนเรามีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ คนในสังคมนั้นก็จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพราะศาสนาทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี

ประการที่ห้า ต้องมีความกตัญญูกตเวทีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์  
  ย้อนเวลากลับไปในอดีตพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยทุกพระองค์ทรงมีพระบุญญาบารมีแก่แผ่นดินไทยมากมายจนถึงพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน พระทศมราชา รัชกาลที่ 10 องค์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย พระองค์ทรงมีพระราชดำริในการแก้ปัญหาต่างๆ มากมาย ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ เราคนไทยต้องก้าวเดินตามรอยพระยุคลบาทและมุ่งมั่นทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชสักการะแด่พ่อของแผ่นดิน 

ประการสุดท้าย ต้องมีความกตัญญูตเวทีต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 
ธรรมชาติได้ให้อะไรกับเราหลายอย่าง แม้กระทั่งปัจจัย 4  ชีวิตของเราก็เช่นเดียวกัน  เมื่อ 2 โคลมาติดกับ 1โครโมโซมมารวมกันทำให้สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นมาใหม่ หนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะสามารถเอาชนะได้ นั่นก็คือ ตัวของเราเอง ธรรมชาติเปรียบเสมือนครูแห่งชีวิต ดังพระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ใน “กฤษณาสอนน้องคำฉันท์” ที่ว่า “พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา” พระนิพนธ์นี้ถือเป็นบทพระนิพนธ์ที่มีความหมายเตือนสติมนุษย์ทุกคนให้เข้าใจในสัจธรรมของการดำรงชีวิตในโลกอย่างมีสติ ตั้งมั่นในการทำความดีทั้งต่อตนเอง สังคมและส่วนรวม ถึงแม้กายจะสิ้นชีพแต่คุณงามความดีจะถูกจดจำ จารึกไว้ให้กับคนรุ่นหลังได้เป็นแบบอย่าง 

เราคนไทยต้องยึดมั่นในความกตัญญูกตเวทีประกอบคุณงามความดีและเป็นผู้ที่มีจิตใจสูงส่งด้วยศีลธรรม ตระหนักในการเป็นมือบน บริสุทธิ์ใจด้วยการเป็นผู้ให้ มีความรู้รักสามัคคี มีเมตตาและร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนมาตุภูมิแผ่นดินเกิดตามกำลังศักยภาพความสามารถเพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบไป
                      


กลุ่มอุตสาหกรรม

หนังสือ

ประเภททรัพย์สินทางปัญญา

ลิขสิทธ์

เลขที่คำขอ

397296

วันที่ยื่นคำขอ

10/09/2021

เลขทะเบียน

ว.046284

ผู้ทรงสิทธิ

มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

ผู้ประดิษฐ์ และหน่วยงานต้นสังกัด


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม