หนังสือ

บทบาทมหาวิทยาลัยกับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น


                        เกิดจากความต้องการในการพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารในลักษณะวัจนภาษาผ่านเรื่องราวและการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยที่ส่งผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบต่อวงการการศึกษา  ที่จะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้จากอดีต ปัจจุบันและส่งต่อไปยังอนาคตที่มีการประยุกต์วิทยาการต่างๆที่ทันสมัย ทั้งนี้การถ่ายทอดเรื่องราวของบทสุนทรพจน์ดังกล่าวเป็นการชี้ให้เห็นทิศทางของการขับเคลื่อนระบบการศึกษาของประเทศไทยและระบบการศึกษาของโลกที่จะต้องเกื้อกูลและให้ความสำคัญกับการพัฒนาในทุกมิติเพื่อการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในทุกระดับ ทั้งนี้ยังเป็นการสรุปองค์ความรู้เชิงพรรณนาที่ชี้ให้เห็นว่าบทบาทของในอนาคตจะต้องทำหน้าที่ที่หลากหลายนอกจากการสร้างองค์ความและผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพแล้ว มหาวิทยาลัยจะต้องทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนชุมชนท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งทุกมิติเพื่อสร้างกลไกสำคัญให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น...

“UNIVERSITY ENGAGEMENT บทบาทมหาวิทยาลัยกับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น”

“มหาวิทยาลัยคลังความรู้สู่การรับใช้ชุมชนท้องถิ่น” จากคำกล่าวข้างต้นนี้ชี้ให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาชุมชนหรืออาจกล่าวได้ว่ามหาวิทยาลัย คือ แหล่งบ่มเพาะต้นกล้าทางการศึกษาในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน สังคมและประเทศชาติ ให้มีความเข้มแข็งทางวิชาชีพ เจริญงอกงามทางวิชาการ แตกฉานทางสติปัญญาและแข็งแกร่งด้วยแผนยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนชุมชนให้เจริญก้าวหน้า ควบคู่กับการนำความรู้ในห้องเรียน ห้องปฏิบัติการและองคาพยพทางการศึกษาสู่พื้นที่สู่ห้องกว้างแห่งการเรียนรู้ นั่นคือ “ชุมชนท้องถิ่น” ด้วยการแก้ไขปัญหาจากการประยุกต์ใช้งานวิจัย การบริการวิชาการและการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมที่สร้างจุดเน้น ต่อยอดจุดเด่น ผนวกกับการสะท้อนอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของบริบทชุมชนที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ฉะนั้น “UNIVERSITY ENGAGEMENT บทบาทมหาวิทยาลัยกับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น” หากพิจารณาบทบาทของมหาวิทยาลัยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันจึงมีส่วนสำคัญในการพัฒนาในทุกระดับด้วยการให้ความสำคัญกับชุมชนและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ท้องถิ่นผ่านวิธีการต่างๆ บทบาทของมหาวิทยาลัยจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปที่จะต้องสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในทุกระดับ โดยแนวทางในการส่งเสริมบทบาทของมหาวิทยาลัยกับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืนนั้น สามารถดำเนินการได้ด้วยหลัก 2 ร. 2 ส. ดังนี้ 

ประการแรก ร.ร่วมเรียนรู้ระหว่างชุมชน มหาวิทยาลัยต้องเป็นองค์กรบ่มเพาะความรู้แก่ชุมชนด้วยการเปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้ทางวิทยาการต่างๆ ให้เป็นห้องเรียนของชุมชน ควบคู่กับการบูรณาการศาสตร์ที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

ประการที่สอง ร.ร่วมรับผิดชอบ มหาวิทยาลัยต้องทำหน้าที่ในการสร้างความตระหนักรู้ ส่งเสริมให้นักศึกษาเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ด้วยการบ่มเพาะต้นกล้าแห่งความดี ประสิทธิ์ประสาทองค์ความทางวิชาการ โดยมีเป้าหมาย คือ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ชุมชนและสังคมที่มีคุณภาพ ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นในทุกมิติ ลดความเหลื่อมล้ำ เข้าใจบริบทพื้นที่อย่างแท้จริงและจะต้องสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพสอดกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงในอนาคต 

ประการที่สาม ส.เสริมสร้างความเข้มแข็ง มหาวิทยาลัยต้องสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันกับชุมชนในการต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาสู่การวิจัย ยกระดับรายได้ให้หลุดพ้นจากความยากจน ตลอดจนการคำนึงถึงนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาของรัฐทั้งในระดับภูมิภาค ระดับประเทศและระดับนานาชาติให้มีความเข้มแข็ง ยั่งยืนและสามารถพึ่งพาตนเองได้


ประการสุดท้าย ส.สร้างความร่วมมือกับหน่วยราชการ องค์กรท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างภาคีความร่วมมือในการค้นหาศักยภาพของชุมชน สร้างความเข้มเข็มของชุมชนและแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม ด้วยการสร้างวิถีปฏิบัติการเป็นพลเมืองตื่นรู้ ที่รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม การเมือง การปกครอง เทคโนโลยี ควบคู่กับการมีคุณธรรม จริยธรรมและสามารถปรับประยุกต์ใช้หลักคำสอนทางศาสนาที่ตนยึดถือในการสร้างสังคมให้เกิดความสงบสุข

จากหลักการ 2 ร. 2 ส. หากเปรียบเทียบมหาวิทยาลัยเสมือนท่อนไม้หนึ่งท่อนต่อกันเป็นสะพานบรรดา ครู อาจารย์ คงเปรียบเสมือนเครื่องจักรกลที่สรรสร้างให้ลูกศิษย์เป็นวิศวกรทางสังคมที่มีจิตสำนึกสาธารณะในการช่วยกันคิด ร่วมกันทำ เนรมิตให้ท่อนไม้ต่อกันเป็นสะพานที่มั่นคง สู่จุดมุ่งหมายปลายทางอย่างเข้มแข็งและเป็น“มหาวิทยาลัยคลังความรู้สู่การรับใช้ชุมชนท้องถิ่น”อย่างยั่งยืนสืบไป
                      


กลุ่มอุตสาหกรรม

หนังสือ

ประเภททรัพย์สินทางปัญญา

ลิขสิทธ์

เลขที่คำขอ

397289

วันที่ยื่นคำขอ

10/09/2021

เลขทะเบียน

ว.046283

ผู้ทรงสิทธิ

มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

ผู้ประดิษฐ์ และหน่วยงานต้นสังกัด


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม